บุกจับ แม่สารวัตร คาบ้าน หลัง เซ็นรับพัสดุ เจอยายัดเพียบ

มีรายงานว่าตำรวจปราบปรามยาเสพติดภาค 6 บุกจับ นางประชุม อายุ 61 ปี มารดาของนายตำรวจ ระดับสารวัตรคนดังเมืองปากน้ำ ขณะออกจากหน้าบ้านมารับกล่องพัสดุของไปรษณีย์อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีต้นทางส่งมาจากภาคอีสาน ระบุชื่อผู้รับ นายพิเชษฐ เสาแบน ต้นทางระบุส่งมาจากพนมทวน แซ่หวาง 769/1 รหัสไปรษณีย์ 31150

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดดูพัสดุภายในกล่อง พบว่าเป็นยาไอซ์ 50 กรัมและยาอีสีขาว จำนวนกว่า 50 เม็ด จึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาตรวจค้นภายในบ้านพักชั้นเดียว ซึ่งระบุว่าเป็นบ้านของนายพิเชษฐ เสาแบน ตามที่ระบุไว้ในพัสดุ จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผล ยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดทันที

เบื้องต้นตำรวจได้สอบสวนขยายผล ทราบว่าผู้เดินทางไปรับพัสดุไม่ทราบเรื่อง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวมีชื่อ พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน สว.กก.2 บก.ทท. กองกับกับการ บช.ททซึ่งเป็นลูกชายของบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไปสอบสวนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่า ยาเสพติดดังกล่าวที่ส่งมาจากจังหวัดทางภาคอีสาน ระบุปลายทางบ้านของนายพิเชษฐ เสาแบน อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งตำรวจ ปส.ได้สืบสวนและติดตามมานานหลายเดือนแล้ว

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.พิเชษฐ เสาแบน หรือ สารวัตรแย้ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แม่ได้โทรศัพท์มาแจ้ง ถูกตำรวจจับกุมหลังจากออกมารับพัสดุจากไปรษณีย์ แล้วพบยาไอซ์ และยาอีบรรจุอยู่ภายในกล่องพัสดุ ซึ่งขอชี้แจงว่า เรื่องนี้ตนถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมาจ้องทำร้าย เพราะก่อนหน้านี้ ตนรับราชการกวาดล้างจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาค 6 มานาน จับกุมผู้กระทำความผิดมาหลายราย และเคยมีการจับตัวการใหญ่ติดคุกตลอดชีวิตมาแล้ว จนครั้งหนึ่งเคยถูกร้องเรียนจนตนโดนขังไป 7 วัน ซึ่งก็หอบหลักฐานมาสู้คดีแก้ต่างอยู่เรื่อยมานานกว่า 3 ปี แต่กลุ่มขบวนการพวกนี้ ก็ยังไม่หยุด ยังคงหาวิธีสารพัดมาเล่นงานตน

ล่าสุด ผมผันตัวเองมาค้าพระเครื่อง และเปิดเพจเฟซบุ๊กเป็นแอดมินเอง กลุ่มขบวนการนี้ ก็ยังมีการปลอมเฟซบุ๊ก ชื่อ-นามสกุลผม หรือแม้กระทั่ง ก่อนการจับกุมแม่ตนในครั้งนี้ ผมได้รับโทรศัพท์ขณะกำลังตัดผมอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ว่าจะมีการโอนเงิน และขอเลขบัญชี เพื่อรับรองของ ผมก็ยังแปลกใจ เพราะว่าการซื้อขายพระสำหรับเพจตนนั้น จะไม่มีการโอนเงินก่อนส่งของ จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกลับไปเพื่อสอบถาม แต่ปลายสายก็บอกว่าจะส่งของให้กับแย้ ให้รอรับของปลายทางแล้วกัน โดยที่ไม่พูดชื่อจริงกับนามสกุลแต่อย่างใด หลังจากนั้น ผมก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนมาทราบเรื่องว่าแม่ถูกจับกุม”

พ.ต.ท.พิเชษฐ ระบุด้วยว่า บ้านที่ถูกส่งพัสดุบรรจุยาเสพติดไปนั้น มีพ่อวัย 71 ปี ป่วยอยู่ โดยมีแม่ตนอายุ 61 ปี คอยดูแล และตนจะเดินทางไปหานานๆ ครั้งเท่านั้น ตนเป็นนายตำรวจระดับสารวัตร จบนักเรียนนายร้อยมา คงไม่บ้องตื้นให้ส่งยาเสพติดมาที่บ้าน โดยใช้ชื่อ-สกุลจริงของตนแน่ ซึ่งพวกนี้ยังคงจ้องจองเวรตนอยู่ และทราบว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นการจับมาจาก จ.บุรีรัมย์ แต่ขยายผลมาส่งยามาที่บ้านตนได้อย่างไร และหลังจากมีการจับกุมแม่ของตน ก็ได้มีการนำตัวไปสอบปากคำ และปล่อยตัวมาแล้ว ซึ่งตนก็คงต้องรอหมายเรียกให้ตนไปสอบปากคำเช่นกัน ตนรู้สึกยอมรับว่าเหนื่อยเหลือเกินกับการที่ต้องมาหอบหาหลักฐานต่างๆ มาต่อสู้ให้ตัวเองพ้นผิดอยู่คนเดียว โดยไม่มีใครมาช่วย จึงขอสื่อมวลชนให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของนางประชุม มารดา พ.ต.ท.พิเชษฐ และเป็นผู้ถูกจับในคดีนี้ พบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของตกแต่งมากนัก โดยได้พบ นางประชุม เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า วันที่ถูกจับตนกำลังอยู่ดูแลสามี ซึ่งป่วยไม่สามารถเดินได้ เนื่องจากเข้ารับรักษาผ่าตัดสมอง เพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อหลายปีก่อน โดยขณะนั้น จู่ๆ ก็มีบุรุษไปรษณีย์มาที่หน้าบ้าน บอกมีจดหมายพัสดุส่งมา ตนจึงได้ออกมารับ และก็ทราบว่าเป็นพัสดุใช้ชื่อส่งถึงบุตรชายตน ก็ไม่ได้เอะใจอะไร

แต่เมื่อเซ็นชื่อรับของ ตนยังไม่ทันจะได้เดินเข้าไปในบ้าน ก็มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นตำรวจนับ 10 คน โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เข้ามารุมล้อมตน พร้อมกับถามว่าพัสดุอะไร รู้หรือเปล่าว่ามียาบ้าอยู่ในนั้น ตนก็รู้สึกงง จึงได้พยายามที่จะโทรไปหาผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยกันตรวจสอบ เพราะตนก็ตกใจ ที่อยู่ดีๆ ก็มีตำรวจเข้ามารุมล้อม แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อผู้ใหญ่บ้านได้ เนิ่องจากถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ยึดโทรศัพท์ไป พร้อมกับให้ตนเปิดกล่องพัสดุออกมาให้ดู จึงได้เห็นว่ามียาเสพติดบรรจุอยู่ในกล่อง แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นยาอะไรเช่นกัน

ส่วนใหญ่ตนจะจำภาพยาบ้าได้จากตามสื่อต่างๆ แต่ยาที่บรรจุอยู่ในกล่อง ซึ่งเป็นเกล็ด และมียาเม็ดสีขาว ตนก็มองไม่ออกว่าเป็นยาอะไร จึงถามเขากลับไปว่ามันเป็นยาบ้าหรือ ซึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร แล้วพวกเขาก็เชิญตนไปที่สำนักงานด่านตรวจ พื้นที่ จ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งช่วยกันนับยา และอีกนายหนึ่งมาสอบปากคำตอน ตนก็ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็น และไม่ทราบเรื่องยาเสพติดที่บรรจุอยู่ในกล่อง ตนเป็นเพียงหญิงสูงวัยที่เดินออกมาเซ็นต์รับของเท่านั้น เพราะมีบุรุษไปรษณีย์มาส่งของหน้าบ้าน คืออยากถามกลับไปว่า บุรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมายหน้าบ้าน แล้วคุณจะไม่ออกไปรับของหรือ ทั้งที่ตนก็ไม่รู้ว่าข้างในมันมีอะไร ก็ต้องมาเซ็นรับก่อน ถ้าเป็นแบบนี้ เท่ากับว่าต่อไป จะเซ็นรับของจากไปรษณีย์ต้องให้เค้าเปิดให้ดูก่อนถึงจะเซ็นรับได้”

นางประชุม ยังกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา เรื่องของจดหมาย หรือพัสดุ ไม่เคยมีส่งมาถึงบุตรชายตนเลย จะมีก็แต่แค่เอกสารการชำระหนี้ ธกส. ระบุชื่อบุตรชายส่งมาเพียงเท่านั้น ตนขอยืนยันได้ โดยพร้อมที่จะให้ตรวจสอบทั้งประวัติ และบัญชีธนาคารทั้งหมด เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ครอบครัวตนไม่เคยมีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่แล้ว ทุกวันนี้อยู่กันสองคนผัวเมีย ตนก็ต้องดูแลสามีที่ป่วย และก็มีรายได้จากลูก 2 คน ที่ส่งมาให้เท่านั้น ตนมีเงินติดอยู่ในบัญชีอยู่หมื่นกว่าบาท พร้อมมีหนี้สินอีกนับแสนบาท หากค้ายาเสพติดจริงก็ต้องมีฐานะเป็นอยู่ดีมากกว่านี้

ส่วนเรื่องที่ตนถูกจับยาเสพติด ยอมรับว่าเสียหายมาก เพราะตั้งแต่ถูกจับ เพื่อนบ้านพากันมองหน้าแปลกๆ อีกทั้ง ยังมีเพื่อนโทรศัพท์มาพูดว่า มีคนเขามาบอกว่าห้ามมายุ่งเกี่ยวกันตนอีก เพราะพัวพันยาเสพติด ซึ่งทำให้คนที่เป็นโรคความดันอยู่แล้ว รู้สึกเครียดมากๆ แต่ยืนยันว่าครอบครัวตนบริสุทธิ์ และกำลังรอหมายเรียกจากตำรวจให้ไปสอบปากคำอีกคัร้ง เพราะยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งตนก็จะยืนยันความจริงและจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกชาย และครอบครัวของตนด้วย

สาวโพสต์อุทาหรณ์กินข้าว ไม่ตรงเวลา สุดท้ายพบมะเร็งระยะ 3 ต้องตัดกระเพาะ

สาวป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 เตือนคนดูแลสุขภาพ เผยก่อนหน้านี้กินข้าวไม่ตรงเวลา คิดว่าปวดท้องเพราะกรดไหลย้อน สุดท้ายต้องตัดกระเพาะ เตรียมให้คีโม…

วันที่ 27 ธ.ค.61 เฟซบุ๊ก Pattaraporn Suriyamanee ได้โพสต์อุทาหรณ์เตือนใจให้คนหันมาดูแลสุขภาพ โดยเล่าว่า ตนเองเป็นคนทานนน้อย ทานไม่ค่อยตรงเวลา กินตามใจปาก ทานผักมากกว่าเนื้อ หรือหมูนะ เพราะขี้เกียจเคี้ยว เวลาเครียดจะปวดท้อง

ก่อนหน้านี้ไม่มีอาการของโรคมะเร็งเลย ไม่มีอาการปวดท้องทรมาน แค่ปวดท้องกรดไหลย้อน น้ำหนักก็ปกติไม่ได้ลด ถ่ายปกติ ทานได้ปกติ ท้องไม่อืด ใช้ชีวิตปกติไม่มีอ่อนแรง จนวันหนึ่งคิดยังไงไม่รู้ หรือมีอะไรดลใจ ให้ลุกขึ้นจากเตียง และไปโรงพยาบาลขอให้คุณหมอส่องกล้องกระเพาะอาหาร ปกติหมอจะไม่ค่อยส่องให้ถ้าไม่มีอาการอะไร จึงพยายามสารพัดวิธีเพื่อให้ได้ส่องกล้อง

แล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น คุณหมอบอกว่า ตนป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะที่ 3 ตอนนี้ได้ผ่าตัดกระเพาะอาหารออกหมดแล้ว (ไม่มีกระพาะอาหาร) เริ่มหัดทานข้าวต้ม โจ๊กแบบอ่อนๆ เพื่อให้ลำไส้ปรับตัว เพราะไม่สามารถทานอาหารแบบคนทั่วไปได้ คงต้องรออีกสักพักใหญ่ๆ ขั้นต่อไปคือให้คือคีโม ซึ่งก็ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง แต่จะสู้ และอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ ทานอาหารให้เป็นเวลา และหากปวดท้องกระเพาะ หรือกรดไหลย้อน ควรพบแพทย์ ไม่ควรคิดว่าทานยาเดี๋ยวก็หาย.

ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก : Pattaraporn Suriyamanee

เผย ภาพพี่สาวแท้ๆของ” น้องไบรท์” หน้าเหมือนกันมาก

สำหรับ น้องไบรท์ พิชญทัฬห์ ผู้ประกาศข่าวสาวจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ล่าสุดก็ได้ควงแฟนหนุ่ม โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ บินลัดฟ้าไปร่วมงานแต่งงานของ พี่สาวแท้ๆ ที่ประเทศฝรั่งเศส

และเธอออกมาโพสต์ภาพความประทับใจเพียบเลย วันนี้เราก็มีภาพมาให้ดูกันด้วยค่าาา บอกเลยว่าน่ารัก สดใส กันทั้ง 2 คู่เลยค่าา แถมน้องไบรท์และพี่สาวนั้น หน้าเหมือนกันมาก เหมือนจนนึกว่าฝาแฝด เอาเป็นว่าจะเหมือนขนาดไหนไปดูกันเลย

หนุ่ม ปวส. ปลูกพริกในกระสอบ ได้ผลเกินคาด พื้นที่แค่ 1 งาน เก็บขาย ได้เดือนละหมื่นหก

ในขณะที่ท้องตลาดกำลังตกใจกับราคาพริก ที่บางพื้นที่ราคา พุ่งสูงถึง กิโลกรัมละ 200 บาท วันนี้เรามาดูวิธีการปลูกพริกแบบใหม่ ไม่ต้องปลูกลงดิน แต่ใช้กระสอบป่านแทนกระถาง แถมมีข้อดีตรงน้ำหนักเบา ยกเคลื่อนย้ายไปวางปลูกที่ไหนก็ได้ ไม่หนักเหมือนปลูกในกระถาง ในบ่อซีเมนต์ ที่สำคัญไม่ว่าดินจะเลวแค่ไหน ปลูกได้หมด เพราะเราปรับปรุงดินได้ และยังปลูกพริกได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพักดิน งานนี้บอกเลยว่า พริกในตลาดจะแพงแค่ไหนก็ไม่กลัว

นายพิเชษ ด้วงชู นักศึกษา ปวส. ปี 2 สาขาด้านพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง ผู้ตั้งความฝันอยากช่วยพ่อแม่หารายได้ แต่ด้วยต้องไปเรียนทุกวัน ไม่อาจออกช่วยกรีดยางได้

จึงคิดหาหนทางช่วยพ่อแม่ ด้วยการปลูกพริกกระสอบ ที่ได้ความรู้มาจากการสมัครเข้าร่วม “โครงการเกษตรเพื่อชีวิต เกษตรรุ่นใหม่ ใส่ใจมาตรฐาน” ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่ง ชาติ (มกอช.) ร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุงจัดขึ้น เพื่อต้องการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่รู้เรื่องมาตรฐานการผลิต GAP ที่ทั่วโลกยอมรับ รวมทั้งรู้จักใช้พื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ปลูกพริกกระสอบ …ที่ดินแค่งานเดียว ทำกินได้เท่าเงินเดือนคนจบปริญญาตรี ทั้งยังช่วยลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เชื้อรา และวัชพืช ได้ด้วย

ที่บ้านมีที่ดินน้อย เลยอยากลองวิชาที่อบรมมา ทำได้จริงหรือเปล่า เพราะคิดว่าที่ดินแค่งานเดียว จะไป ทำอะไรได้ ปรากฏว่า ผิดคาด แค่ลองครั้งแรก ตามประสาคนไม่มีประสบการณ์ หักต้นทุน ยังเหลือกำไรตั้งห้าพันบาท และพอมาทำจริงได้บทเรียนจากครั้งแรก ที่ดิน 1 งาน ปลูกพริกกระสอบ 200 ถุง ปลูกไป 3 เดือน เก็บพริกได้ทุกสัปดาห์ นานเป็นปี แต่ ละเดือนได้พริกประมาณ 120 กก. ราคากิโลละ 130-150 บาท เดือนละ 16,800 บาท” พริกเดือยไก่ขาวและพริกชี.

วิธีปลูกพริกกระสอบให้ได้ผล พิเชษบอกว่า เริ่มจากนำดินร่วนปนทราย 12 กก. มาผสมมูลวัว 5 ขีด ปูนขาว 1 กำมือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ถุงปุ๋ย พับปากถุงให้สูงจากดินที่บรรจุประมาณ 1 ฝ่ามือ เพื่อช่วยบังลมให้ต้นกล้าพริก

ส่วนพันธุ์พริกแล้วแต่จะเลือกใช้ขึ้นอยู่กับตลาดแต่ละพื้นที่ แต่สำหรับพัทลุง จะใช้พริกพันธุ์เดือยไก่ เพราะตลาดภาคใต้ต้องการมาก ให้ราคาดีกว่าพริกชนิดอื่น

ลงปลูกเพียงแค่ 3 เดือน สามารถเก็บขายได้นานเป็นปีหรืออาจจะมากกว่า ขึ้นอยู่กับการดูแล และเมื่อต้นพริกวาย (หมดอายุ) ยกกระสอบออกนำดินไปเทผึ่งแดดฆ่าเชื้อ หาดินชุดใหม่มาทำเหมือนเดิม

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ไทยรัฐ

มาแล้ว เลข จ้าวพายุ หลังให้ถูกมาแล้วหลายงวดติด

ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับการประกาศผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เชื่อว่าตอนนี้หลายคนมักจะคอยสอดส่องหาเลขตามเพจเฟซบุ๊กต่างๆ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กของคนที่มักให้หวยแม่นๆ หนึ่งในนั้นก็คือ จ้าวพายุนั่นเองค่ะ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก วุฒินันท์ สอนศรี

ล่าสุดวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ทางเฟซบุ๊กชื่อ วุฒินันท์ สอนศรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์หลังให้เลขแม่นๆมาแล้วหลายงวด ซึ่งเจ้าตัวระบุข้อความว่า วันนี้มีเกมส์มาเล่น มาจับตัวเลขกัน ว่าใครจะจับแม่น เลขท้ายสองตัว แล้วเรามาลุ้นในวันที่ 1 กัน..ไก่จับตัวเลขได้(49)

โพสต์ดังกล่าว

ทั้งนี้หลังรื่องราวดังกล่าวโพสต์ลงสู่โลกออนไลน์ต่างมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

เลขท้าย 2 ตัว ใครจับแม่น

ความคิดเห็นจากชาวเน็ต

ได้เลขอะไรกันบ้าง

ขอบคุณ เฟซบุ๊กชื่อ วุฒินันท์ สอนศรี

“แอฟ ทักษอร” เผยสถานะคนรักล่าสุด

นางเอกสาว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ที่มาร่วมงาน ASIA RISING BUSINESS AWARD ที่จัดขึ้นโดย คุณนพรัตน์ อุตราภิรมย์สุข จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ในงานถึงเรื่อง ความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวของอดีตสามี สงกรานต์ เตชะณรงค์ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นแค่อดีตสะใภ้ แต่ยังได้รับความเอ็นดู และติดต่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอยู่เสมอ ร่วมถึงเรื่องธุรกิจใหม่ ที่เจ้าตัวได้ทุ่มเทสร้างและตั้งใจทำ

เห็นว่ากำลังทำธุรกิจ?

“ตอนนี้มีธุรกิจส่วนตัวเพิ่งเริ่มเปิดขายได้ 2 เดือน ทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชื่อ inneri เป็นอาหารเสริมที่บำรุงลึกจากภายในสู่ภายนอก เน้นเรื่องหลับสบาย ฟื้นบำรุงเซลล์ต่างๆ สุขภาพผิวดี ตื่นมาแล้วสดชื่น”

ทำไมถึงตัดสินใจทำธุรกิจนี้?

“คิดอยู่นานแล้ว เราก็พัฒนาผลิตภัณฑ์มาทั้งปีจนได้คลอดออกมา ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ก็เริ่มขายมา 2 เดือนแล้ว คนก็ถามมาเยอะว่าเป็นพรีเซนเตอร์เฉยๆหรือเปล่า ต้องบอกว่าตัวนี้ทำเองค่ะ ทำคนเดียว ขายเอง ขายในช่องทางตัวเอง และเริ่มวางจัดจำหน่ายในช่องทางอื่นๆด้วย”

ช่วงก่อนหน้านี้สินค้าอาหารเสริมโดนโจมตีเยอะเลย?

“ถามว่ามีผลกระทบไหม มันก็มีผลกระทบนะคะ ในแง่ของความวางใจของลูกค้า แต่แอฟก็เชื่อว่าแอฟมีความจริงใจในการทำธุรกิจตรงนี้ คิดว่าหลายๆคนที่ให้โอกาสลองกันมาแล้ว แล้วก็ได้ผลดี ฟีตแบ็กลูกค้าตอนนี้ดีมากแค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว แอฟขอค่อยๆเริ่มโตทีละเล็กทีละน้อย ก้าวเล็กๆอย่างมั่นคงดีกว่า เลยไม่ได้เปิดตัวแบบตูมตาม”

เรียกว่าสินค้าเราก็ไม่ได้รับผลกระทบจากการที่คลอดในกระแสช่วงที่เขากำลังปราบอาหารเสริมอยู่?

“มันก็มีผลกระทบในเรื่องของความยากขึ้น กว่าลูกค้าจะเชื่อใจ มันต้องใช้เวลานิดนึง”

ลงทุนเยอะไหม?

“มันก็ลงทุนเป็นสเกลใหญ่ มันไม่เหมือนที่ก่อนหน้านี้แอฟทำเสื้อผ้าเด็ก ที่มันเป็นของค่อยๆทำได้”

กลัวคู่แข่งเยอะไหม?

“จริงๆจะสายงานไหนก็มีคู่แข่งหมด แต่อย่างที่บอกด้วยสถานการณ์ตอนนี้ เรื่องความไว้วางใจของลูกค้ามันก็อาจจะต้องใช้เวลานิดนึง แอฟจะต้องทำยังไงให้เขามั่นใจในผลิตภัณฑ์ของแอฟและตัวแอฟเอง ตรงนี้แอฟค่อนข้างมั่นใจในส่วนหนึ่งว่าแอฟไม่ได้ขายของอะไรเยอะแยะ หมายถึงที่ผ่านมา แอฟจะเลือกทำอะไรคนส่วนใหญ่ก็จะเชื่อว่าแอฟมีความจริงจังและจริงใจในการทำ น่าเชื่อถือค่ะ”

ตั้งใจตีตลาด เอารายได้เลี้ยงดูครอบครัวเลยไหม?

“อันนี้ทำเพราะรัก ทำเพราะชอบ ไม่ได้ทำเพื่อจะเลี้ยงดูครอบครัว มันไม่ถึงขนาดนั้น”

ถามถึงที่อาเมย์มาคอมเมนต์รูปน้องปีใหม่ในไอจีเรา คนมองว่าเราก็ยังมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกัน?

“ก็ดีค่ะ เหมือนเดิม ปกติกับทุกคนค่ะ”

คนชื่นชมให้เป็นสะใภ้ยืนหนึ่ง?

“ก็ยังมีสะใภ้คนเดียวอยู่รึเปล่าตอนนี้ ไม่รู้จะตอบยังไง ก็รู้สึกโชคดี และดีใจที่ทุกวันนี้ก็ยังประคับประคองให้ทุกอย่างมันอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกับทุกๆคน”

ปีใหม่ได้เจออาๆบ่อยไหม?

“ได้เจอค่ะ เวลาที่ไปที่บ้านคุณสงกรานต์ เขาก็ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทุกอย่างก็เป็นไปตามธรรมชาติ เขาไปใครอยู่ก็ได้เจอคนนั้น คนที่เจอบ่อยน่าจะเป็นภูผา เพราะอาเมย์ อาแจน จะอยู่เขาใหญ่เสียส่วนใหญ่”

ปีใหม่ดูโตขึ้นเยอะเลย?

“เขาจะโตขึ้นเยอะค่ะตอนนี้ พูดรู้เรื่องขึ้น แต่ความซนยังเท่าเดิม”

เหมือนเขาเริ่มรักสวยรักงามขึ้น?

“เขาไม่รู้จักนางงามค่ะ แต่เขาจะเห็นคนที่ใส่มงกุฎเป็นปริ๊นเซส เป็นเจ้าหญิง เขาก็อยากจะเป็นอย่างนั้น แอฟว่ามันก็เป็นธรรมดาของเด็กผู้หญิง ปีใหม่เขารวมทุกสิ่งค่ะ ทั้งหวาน ทั้งซ่า ทั้งห้าว คือเอาทุกอย่าง ยังไงก็ได้แม่ต้องตามให้ทัน”

ช่วงนี้แม่สวยขึ้นมีหนุ่มๆเข้ามาบ้างไหม?

“เป็นคำถามที่ไม่ได้ยินมานานแล้วนะ(หัวเราะ) ไม่มีค่ะ”

ยังไม่คิดที่จะเปิดใจอีกครั้ง?

“ก็ไม่แน่ใจว่าถึงจะเปิดแล้วจะมี จะมาหรือเปล่า เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่ได้ปิด ไม่ได้เข็ด แต่ไม่ได้อยู่ในความสนใจ ณ ตอนนี้เพราะตอนนี้แอฟมีหลายเรื่องที่ต้องโฟกัส อันดับ 1 คือลูก อันดับ 2 คืองาน ไม่ว่าจะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มทำ หรืองานในวงการบันเทิง ยังไงภายในปีนี้ แอฟก็น่าจะกลับมารับงานแสดงอะไรสักอย่าง”

เหมือนพูดอย่างนี้จะไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรา?

“เหรอ ต้องเปลี่ยนคำตอบใหม่แล้วจะมีคนเข้ามาใช่ไหม คือแอฟไม่ได้ซีเรียสเลย ถ้ามันใช่มันก็คงใช่ แต่ตอนนี้มันยังไม่ได้อยู่ในความสนใจจริงๆ ทุกวันนี้ก็ทำงานแล้วรีบกลับไปดูแลลูก ก็รู้สึกเวลาไม่พอแล้ว แต่ถ้าวันหนึ่งจังหวะมันเหมาะเจาะ จะมีคนเข้ามาพร้อมดูแลเราและลูกมันก็คงดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะชินกับการดูแลตัวเองคนเดียวอยู่แล้ว และคิดว่ามันก็ไม่น่าจะง่าย ที่จะหาใครมาดูแลเราและลูกแล้วต้องดูแลให้ดีทั้งสองคน มันก็คงยาก”

ตกลงว่ารับละครแล้ว?

“คือตั้งใจไว้ว่าภายในปลายปีนี้ ต้องตกลงเป็นเรื่องเป็นราวสักงานหนึ่ง ก็มีการคุยไปแล้ว เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็มีคนติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็มีไปรับเชิญแล้ว ถ้าคอนเฟิร์มเมื่อไหร่บอกแน่นอน”

เจอตัวแล้ว หนุ่มเจ้าของ แบงก์สื่อรัก หลังมีคนโพสต์ตามหา อยากรู้แต่งงานกันหรือยัง

ถ้าเราคงจะจำกันได้จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Saruda Chotipanang ได้โพสต์ภาพธนบัตร 100 บาท ซึ่งมีข้อความเขียนไว้ที่ด้านหลังธนบัตรว่า

บิลลี่รักมายด์ ต้องเก็บให้ถึงวันแต่งงานนะ ธนพลรักลลิตรา โดยระบุว่า “ตามหาคุณบิลลี่กับมายด์ ตอนนี้เงินอยู่กับเรา เราอยากรู้ว่าคุณแต่งงานกันยัง เราจะได้เอาเงินไปซื้อข้าวให้ลูกกิน” ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าว ถูกแชร์ออกไป ชาวโซเชียลก็ช่วยกันตามหาเจ้าของธนบัตร

จนกระทั่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Thanapon Pansuwan” อ้างว่า ตนเองคือบิลลี่ เป็นอดีตเจ้าของธนบัตรและเป็นผู้เขียนข้อความดังกล่าว พร้อมระบุว่า “เลิกละครับ ผมทิ้งเขาไป เขาจะเก็บไว้ทำไม เรื่องนี้ผมให้น้องเขาไปนานแล้วตั้งแต่ปี 57 รักในวัยเด็ก แค่แบงก์ร้อยก็มีค่า”

ล่าสุดทางเว็บไซต์ thairathได้เดินทางไปยังบานของ นายธนพล แป้นสุวรรณ หรือน้องบิลลี่ อายุ 20 ปี ชาว จ.ราชบุรี เจ้าของแบงก์ร้อยสื่อรัก โดยนายธนพลเปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ.2557 ตนยังเรียนหนังสือ และช่วยแม่ขายข้าวมันไก่อยู่ตลาดนัดแถวบ้าน ได้มีโอกาสพบกับน้องมายด์ ที่ช่วยพ่อขายไก่ย่างอยู่ที่เดียวกัน ตนพยายามติดต่อพูดคุยกับน้อง เพราะเห็นเป็นคนขยันและน่ารัก จนตกลงคบกันเป็นแฟน

หลังจากคบกันมาได้ประมาณ 4 เดือน จึงได้นำธนบัตรฉบับ 100 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงเขียนข้อความบอกรัก และความฝันว่าอยากจะแต่งงานกับคนที่เป็นรักแรกพบลงไปเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแทนใจ แต่ทว่าความฝันต้องจบลง เนื่องจากภาระหน้าที่ และเวลาที่ไม่ตรงกัน อีกทั้งตนยังมีความรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ ที่จะสามารถดูแลคนรักได้ ซึ่งเป็นรักตามประสาวัยรุ่นจึงตัดสินใจบอกเลิกน้องผ่านทางเฟซบุ๊ก และหันมามุ่งมั่นตั้งใจเรียนด้านอาหารและโภชนาการจนจบ

จนกระทั่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กนำธนบัตรดังกล่าวมาโพสต์ และมีการแชร์ส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก โดยครั้งแรกที่เห็นภาพธนบัตรก็รู้สึกดีใจ และได้มาพูดคุยกับน้องอีกครั้ง ซึ่งเราทั้งสองคนยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ส่วนตนเองยังโสด แต่ปัจจุบันทราบว่า น้องเขามีแฟนไปแล้ว ส่วนธนบัตรที่พบในเฟซบุ๊ก น้องบอกว่าได้ทำหายไป หลังจากเลิกรากัน

พร้อมฝากถึงเจ้าของเฟซบุ๊ก Saruda Chotipanang ด้วยว่า เอาเงินไปซื้อข้าวให้ลูกกินได้อย่างสบายใจเลยครับ ไม่ต้องเป็นห่วงตน

สาวโดนฉกกระเป๋าหายเกลี้ยง กลางแฮร์รอดส์ เจอ ทักษิณ ยื่นมือเข้าช่วย

เป็นโพสต์ที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกทวิตเตอร์ @QueenXinee ซึ่งมีการรีทวีตนับหมื่นครั้ง ซึ่งเป็นการเล่าเหตุการณ์ว่า คนไทยเกิดเหตุฉุกเฉินกระเป๋าหายกลางกรุงลอนดอน และยืนร้องไห้อยู่ในห้างดัง แฮร์รอดส์ แต่เจอกับ นายทักษิณ ชินวัตร เข้ามาพบและให้การช่วยเหลือ

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะโดนเอาเรื่องไปเล่าว่าเป็นหน้าม้าหรือทักษิณซื้อมั้ย แต่อยากแชร์โมเม้นดีๆรุ่นพี่ที่รู้จักกันโดนขโมยกระเป๋าไปหมด แฮร์รอท ตกใจทำอะไรไม่ถูกเพราะทุกอย่างอยู่ในนั้น บังเอิญทักษิณ เดินผ่านมาถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย(เห็นร้องไห้ เป็นคนไทย) แล้วบอกถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้”

โดยพบว่า แชทดังกล่าวเป็นการเล่าเรื่องราว ที่ทำกระเป๋าและอดีตนายกฯ เข้ามาพบพร้อมกับยื่นเงินให้คิดเป็นเงินไทยประมาณ 15,000 บาท โดยสาวรายนี้ได้ขอถ่ายภาพกับอดีตนายกไว้ และยังมีผู้รีทวีตที่เข้ามาระบุว่า เจอนายทักษิณ ที่บริเวณห้างดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน

แชทดังกล่าว

แชทดังกล่าว

แชทดังกล่าว

โพสต์ดังกล่าว

โพสต์ดังกล่าว

โพสต์ดังกล่าว

นักธุรกิจใหญ่ตามตัวด่วน 3 พ่อลูกตกยาก ถ้าเจอให้มาทำงานกับผม

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและเรื่องราวของเฟซบุ๊ก พิชญุตม์ ฉวีจันทร์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ” บนโลกออนไลน์ได้มีการเเชร์ข้อความจากเฟซบุ๊ก พิชญุตม์ ฉวีจันทร์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ” โพสต์นี้อยากให้เพื่อนๆทุกๆคนอ่านนะครับ ผมไม่รู้จะบอกความรู้สึกยังไง ผมเจอพ่อลูก3คนนี้นอนอยู่หน้าธนาคารแถวบ้านผม รถก็ไม่มีน้ำมันขายของก็ไม่ได้ตัวน้องคนเล็กนอนยุ่งกัดคนพี่ก็เดินมาน้าช่วยหนูหน่อยน้องหนูหิวนม

พ่อก็ปวดท้องน้าพอจะมีเศษตังค์ซื้อนมให้น้องหนูมั้ย ซึ่งผมก็ถามว่ามาจากไหนทำไมถึงมาแถวนี้ คนพ่อบอกมาจากบางนามาขายของขายไม่ได้เลยครับ แล้วแฟนน้าไปไหนทำไมไม่มาช่วย แฟนทิ้งไปแล้วครับผมต้องอยู่กับลูก 3 คน ซึ่งตัวผมก็ไม่อยากถามอะไรมากกว่านี้ ผมยืนน้ำตาไหล ซึ่งผมรับแบบนี้ไม่ได้ในหัวอกคนเป็นพ่อ

ผมเห็นสายตาคนเป็นพ่อกับน้องคนพี่เหมือนกับเค้าหมดหวังอะไรแล้วในชีวิต ผมบอกน้าเข็นรถมาที่ปั้มผมเติมน้ำมันให้ซึ่งตัวปั้มไม่ไกลจากธนาคาร ผมพาน้องสาวคนโตมาซื้อของใน Family mart หนูจะทานอะไร หนูแค่อยากซื้อนมให้น้องหนู และข้าวให้พ่อ หนูทานอิ่มแล้ว

โพสต์ดังกล่าว

ผมก็ซื้อของที่น้องเค้าต้องการให้ทั้งหมด ผมให้ตังค์ที่ทำงานมาในวันนี้ให้ทั้งหมด ผมบอกกับน้าว่า น้าสู้ๆต่อไปนะครับเพื่อลูก ผมคิดว่ายังมีคนที่ลำบากมากๆแบบนี้อีกเยอะแน่ในสังคมไทย

ถ้าเพื่อนๆใครที่อยู่แถวบางนา อุดุมสุข เจอพ่อลูก 3 คนนี้ผมอยากให้ช่วยซื้อของที่เค้าทำมาขาย เพื่อที่พ่อลูกทั้ง 3 คนนี้มีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปในวันพรุ่งนี้ ขอบคุณทุกๆคนนะครับที่เข้ามาอ่าน” หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ลงโซเชียลฯต่างมีชาวเน็ตให้ความสนใจเเละยื่นมือเข้าช่วยเหลือ3พ่อลูกกันเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้น คือคุณธนินท์รัฐ ธนเศรษฐ์โตกุล และเมื่อค้นหาจากหน้าเฟซบุ๊กพบว่าเป็นนักธุรกิจบริษัท อุตสาหกรรมโลหะ มหานคร

ขอบคุณเฟซบุ๊ก พิชญุตม์ ฉวีจันทร์

อดีตสามี ศิริพร ยอมตอบแล้ว สถานะแท้จริงลูกบุญธรรม

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่ช็อกวงการบันเทิงเลยทีเดียว หลังลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง ศิริพร อำไพพงษ์ ประกาศขายกิจการคลินิกความสวยความงาม จะไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก โดยมีกระแสว่า เป็นเพราะ ลูกทุ่งดัง พี่นาง ศิริพร น้อยใจว่า โก้ สามี ไปสนิทสนมกับ ลูกสาวบุญธรรม จนออกจากบ้าน พร้อมยกบ้าน รถเบนซ์ ยกสมบัติให้สามีด้วยนั้น

ล่าสุด โก้ สามีวัย 52 ปี เผยครั้งแรกว่า เรื่องที่คนไปบอกว่ามีความสัมพันธ์กับลูกบุญธรรม ไม่เป็นความจริง เขาเคารพ กราบเท้าผม เราเคารพกันในฐานะพ่อลูก กับลูกเลี้ยง คือ น้องอร ไม่มีอะไรกัน ไม่ได้คิดเกินเลย ส่วนที่ ศิริพร อำไพพงษ์ ปิดคลินิก ตนก็ตกใจ

เพราะวันที่เขาไปออกรายการหนึ่ง แล้วประกาศจะปิดคลินิก คลินิกยังเปิดอยู่เลย คนที่คลินิกยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ไม่ได้เจอ ศิริพร มา 8 เดือน เขาเริ่มถอยห่างจากตนไปเรื่อยๆ ไปอยู่อุดรฯ ไม่กลับบ้านอีกเลย เขาเริ่มเปลี่ยนไป เพราะมีคนๆ หนึ่ง ชื่อ เล็ก เข้ามาเกี่ยวข้อง

เล็ก อ้างว่า มีเงินล้านมีเพชร มีบ้านมีรถ แล้วบอก ศิริพร ให้ขายสมบัติหมดเลย แล้วเอาเงินไปอยู่กับ เล็ก ทั้งที่ ผมอยู่กับ ศิริพร มาเป็น 10 ปี เป็นสามีภรรยา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะ ถ้า คนชื่อเล็ก จะดูแล ศิริพร ควรพูดให้สังคมได้รับทราบ ไม่ใช่ทำให้ครอบครัวเราลุกเป็นไฟ เกิดความแตกแยก

“อย่าใช้คำว่าปฏิเสธหรือคบหา เพราะนี่คือลูกที่อยู่ในบ้านพี่มา 10 ปี เป็นลูกสาวพี่โก้ กับ พี่นางเลย น้องอร เข้ามาวันแรก ก็มีพ่อคือพี่ และแม่ คือ พี่นาง ใช้คำว่าคบหาไม่ได้ เพราะเขาคือลูกเรา

พี่ก็รักพี่นาง เมียพี่เนาะ ไม่รักได้อย่างไร พี่ไม่ได้ทะเลาะกับพี่นาง เพียงแต่พี่นาง ไม่เข้าบ้าน มีบุคคลที่สามเข้ามา ทำให้พี่นางเปลี่ยนไป พี่กับพี่นาง เรามองตาก็รู้ใจแล้ว พี่ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่มีคนมาขายฝันแกเท่านั้น มีงานล่าสุดที่พี่นางจะไป ซึ่งคุณเล็กไม่ได้ไป ซึ่งปกติ คุณเล็กจะเป็นเงาตามตัวพี่นาง” สามีลูกทุ่งดังกล่าว