ไหนบอกเลิกกันแล้ว เอ แตงกวา ถ่ายรูปควงคู่กัน แคปชั่นหวานมาก

ต้องบอกเลยว่ากำลังเป็นประเด็นร้องแรงอยู่ในโลกออนไลน์ทีผู้คนให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากสำหรับกรณีข่าวของนักแสดงหนุ่มเอ พศิน เรืองวุฒิ ที่ได้ออกมายอมรับว่าเลิกรากับดีตภรรยา แตงกวา จิราพร

ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยมีข่าวว่าหย่าร้าง แต่ภายหลังก็ได้ออกมาปฏิเสธว่ายังรักกันดีแต่ที่ได้หย่ากันนั้นเป็นเพราะการหย่าแก้เคล็ดเท่านั้น เป็นการหลอกเบื้องบน อีกทั้งในปี2563ตั้งใจไว้ว่าจะจัดงานแต่งงาน เพราะตั้งแต่คบกันมายังไม่เคยจัดงานแต่งงานเลย

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้าน เอ พศิน ก็ได้ออกมายอมรักว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับ สาวคนใหม่ มาร่วม 5 เดือนแล้ว แต่งงานเจ้าตัวได้บอกว่ายังคงรักและดูแลลูกอยู่เหมือนเดิม ส่วนกับทางด้าน สาวแตงกวา ก็ยังคงมีความหวังดีให้แก่กัน เพียงแค่ขยับสถานะซึ่งกันและกัน

เอ-แตงกวา

ล่าสุดต้องบอกเลยว่าดูเหมือนทั้งคู่จะส่อแววคืนดีอีกครั้งหลัง สาวแตงกวา ได้ออกมาโพสต์รูปภาพคู่กับ หนุ่มเอ อีกครั้ง หลังทั้งคู่ได้เดินทางไปร่วมทำบุญถวายกฐินวัดหนองโป่ง จ.สระบุรี อีกทั้งยังมีภาพแนบชิด งานนี้ทำเอาชาวเน็ตลุ้นให้ทั้งคู่กลับมาเป็นครอบครัวกันอีกครั้ง โดยได้โพสต์ระบุข้อความว่า

ครอบครัวคือเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก ความห่วงใย การช่วยเหลือ และการอยู่เพื่อกันและกันในเวลาที่ดีและเลวร้าย

ภาพจาก Jiraporn Ruangvuth

ภาพจาก Jiraporn Ruangvuth

ขอบคุณ Jiraporn Ruangvuth

“ว่าที่คุณแม่” เคลื่อนไหว

นัดกันทีไรส่วนมากจะไม่ค่อยครบแก๊ง แต่คราวนี้แก๊งนางฟ้ามากันครบ 6 คน ทั้ง แอน อลิชา,พอลล่า เทเลอร์,วุ้นเส้น วิริฒิพา,เจนสุดา ปานโต,เจนี่ และ นานา ไรบีนา มิตรภาพของสาวๆ แก๊งนี้เป็นเพื่อนในวงการบันเทิงที่คบกันมายาวนานมาก เรียกว่าผ่านทุกข์สุขมาด้วยกันในทุกช่วงชีวิต

แก๊งสามสาวพุงโต! “เจนี่- เจน – แอน” ใครจะคลอดก่อนกัน มีคำตอบ นัดหมายจะมีลูกให้เป็นเพื่อนวิ่งเล่นกัน สำหรับแก๊งนางฟ้า 3 ใบเถา ได้แก่ “เจนี อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร” , “เจน -เจนสุดา ปานโต สิริสันต์” และ “แอน-อลิชา หิรัญพฤกษ์” ที่เตรียมจะรับหน้าที่คุณแม่ของลูกที่อยู่ในครรภ์ของตนเอง

นัดหมายจะมีลูกให้เป็นเพื่อนวิ่งเล่นกัน สำหรับแก๊งนางฟ้า 3 ใบเถา ได้แก่ “เจนี อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร” , “เจน -เจนสุดา ปานโต สิริสันต์” และ “แอน-อลิชา หิรัญพฤกษ์” ที่เตรียมจะรับหน้าที่คุณแม่ของลูกที่อยู่ในครรภ์ของตนเอง

ห้างใหญ่ใจบุญ จับมือ บิณฑ์ มอบเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 2000 ชิ้น ช่วยพี่น้องอุบลฯ

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (21 ก.ย. 62) ที่บริเวณลานห้างดูโฮม สาขาอุบลราชธานี นำโดยคุณอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา ประธานผู้บริหารห้างดูโฮม และคุณนาตยา ตั้งมิตรประชา รองประธานผู้บริหารห้างดูโฮม ร่วมกับพนธมิตรและคู่ค้า ได้มอบเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิเช่น หลอดไฟ 1,000 หลอด , ไฟฉาย 200 กระบอก ,ผ้าห่มสำลี 120 ผืน ,ผ้าห่ม 5 ฟุต 100 ผืน ,หม้อหุงข้าว 348 เครื่อง ,พัดลม 320 ตัว รวมมูลค่ากว่า 503,520 บาท ให้กับบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยหลังจากน้ำลด

ซึ่งทางห้างก็ได้ผลกระทบจากน้ำท่วมไม่ได้ขายของเหมือนกัน แต่เมื่อน้ำลดก็รีบนำสิ่งของมาช่วยเหลือทันที บิณฑ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทยอยแจกจ่ายเงินให้ชาวบ้านไปกว่า 3,000 ครัวเรือนแล้ว ส่วนสิ่งที่จำเป็นหากใครอยากบริจาค นอกจากข้าวสารอาหารแห้ง

สิ่งที่จำเป็นอีกหนึ่งสิ่งคือปัจจัย เพราะเขาจะนำปัจจัยนี้ไปซื้อของที่เขาต้องใช้ เพราะตอนน้ำท่วมเขาไม่สามารถเอาอะไรออกมาได้เลย มีบางครอบครัวเมื่อพี่ไทด์เป็นตัวแทนพี่บิณฑ์นำเงินไปให้ 5,000 บาท เขาร้องไห้และขอบคุณ เขาบอกว่ารอเงิน 700 บาท เพื่อพาลูกไปหาหมอ เพราะลูกไม่สบาย ปัจจัยจึงเป็นอะไรที่สำคัญที่สุด

และตอนนี้เรายังเปิดรับบริจาคอย่างต่อเนื่อง ทั่วทั้งจังหวัดได้รับผลกระทบ เพราะยังต้องมีร้อยเอ็ด ยโสธร ที่ได้รับภาวะน้ำท่วมอีก ไม่ใช่ดูแลเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ฝากถึงพี่น้องดารานักแสดง ศิลปินไม่ว่าค่ายไหนช่องไหน อยากให้เชิญชวนมาร่วมกันบริจาค หรือมาช่วยกันสมทบแจกเงินชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นจะได้ชื่นใจ

ภาพจาก สุดยอด ร่วมกตัญญู

เศรษฐีใหม่ชัยภูมิ แม่ลูกดวงเฮง ถูกรางวัล 12 ล้าน เผยความฝันพารวย

วันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ มีสองแม่ลูกถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ก.ย.2562 หมายเลข 340388 จำนวน 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านบาท กลายเป็นเศรษฐีใหม่เมืองชัยภูมิทันที หลังทราบเรื่องจึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบกับ คุณยายพร้อม นิลใหม่ อายุ 75 ปี ชาวบ้าน บ้านเก่ายาดี ต.เก่ายาดี อ.แก้งคร้อ และ นางพรนิภา หวังช่วยกลาง อายุ 51 ปี ลูกสาว พร้อมกับเพื่อนบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย ซึ่งทุกคนอยู่ในอาการสุดดีใจหลังทราบผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 ก.ย. 2562 ได้ตรงกับหมายเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ได้ร่วมกันซื้อไว้ 1 ชุด 2 ใบ หมายเลข 340388 ก่อนจะเก็บตัวเงียบที่บ้าน และเตรียมไปลงบันทึกประจำวันไว้และไปขึ้นเงินที่กองสลากต่อไป

สอบถาม คุณยายพร้อม ได้เล่าให้ญาติและเพื่อนบ้านที่เดินทางมาแสดงความยินดีว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 วันสารทไทย ได้ไปทำบุญที่วัดพร้อมลูกสาวและเพื่อนบ้าน ก่อนตกเย็นได้เข้านอนตามปกติ และได้ฝันเห็นชายสูงวัยมาบอกให้ซื้อเลขเบิ้ล ตื่นเช้าขึ้นมา มีคนขายลอตเตอรี่ มาขายที่หน้าบ้าน เห็นหมายเลขลงท้าย 88 เลยชอบ ได้ออกเงินคน 100 บาทกับลูกสาว ซื้อเลขชุดนำมาแบ่งกันคนละใบ ซึ่งหวังเพียงรางวัลเลขท้าย 2-3 ตัวเท่านั้น และไม่ได้คิดว่าจะถูกรางวัลที่ 1 แต่หลังจากผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ได้หมายเลข 340388

คุณยายพร้อม กล่าวต่อว่า ซึ่งเลขท้ายตรงกับหมายเลขที่ซื้อไว้ จึงนำใบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ซื้อไว้ออกมาดู ปรากฏตรงกันทั้งหมดคือหมายเลข 340388 ยายพร้อมและลูกแสนจะดีใจแทบช็อกเป็นลม ก่อนตั้งสติได้ก็ตะโกนออกมาด้วยความดีใจ ซึ่งญาติและเพื่อนบ้านหลังทราบข่าวได้ออกแสดงความดีใจกับยายพร้อม และนางพรนิภา 2 แม่ลูกจำนวนมาก

ก่อนที่สองแม่ลูกจะบอกกับญาติ และเพื่อนบ้านว่าจะพากันไปขึ้นเงินรับ 12 ล้านบาทและแบ่งถ้วน ๆ คนครึ่งคนละ 6 ล้านบาท เมื่อได้เงินมาเบื้องต้นคงนำไปใช้หนี้สินก่อน ส่วนที่เหลือจะมีการวางแผนการใช้เงินกับบรรดาลูก ๆ อีกครั้ง ก่อนจะขอกลับเข้าบ้านเก็บตัวเงียบต่อไป

ป้าร่ำไห้น้อยใจ ไม่เคยได้กินข้าวบริจาค จวกรัฐบาล

จากกรณีเพจ ประเทศกูมี ได้แชร์คลิปชาวบ้านคนหนึ่ง ร้องไห้และระบายความคับแค้นใจออกมา หลังจากน้ำยังคงท่วมสูง ต้องอยู่อย่างยากลำบาก โดยระบายความในใจออกมา ข้าวก็ไม่เคยได้กิน น้ำก็ขาดแคลน หาซื้อก็ไม่มี จะให้ทำอย่างไร ทั้งนี้ ความยากลำบากในการใช้ชีวิตทำให้ต้องระบายออกมาเป็นน้ำตา พร้อมกับถามภาครัฐว่า จะให้ประชาชนอยู่อย่างนี้อย่างไร คุณป้า ท่านดังกล่าวได้ระบุว่า ได้น้ำเพียงคนละ 1 ขวด ต่อวัน และต้องลุยน้ำออกมาเอาข้าว เอาน้ำ ซึ่งบ้านน้ำท่วมสูงระดับหัว ออกมาก็ยากลำบาก จึงอยากให้ดูแลประชาชนให้ดีกว่านี้

ร้องไห้โฮ

ล่าสุดนั้น เพจที่ใช้ชื่อว่า กูรู้ทัน2 ได้ออกมาแฉป้าคนดังกล่าวโดยระบุว่า สุดท้ายโปะแตกกลายเป็นว่า ป้าแกเป็นถึงเจ้าของร้านอาหารร้านดังในจังหวัดอุบลราชธานีเลยทีเดียว แถมก็พึ่งจะปิดร้านจากภาวะน้ำท่วมเมื่อ 12 ก.ย.62 (ราวๆ 1-2 วันก่อนเป็นข่าว ) โดยรวมป้ามีฐานะดีมากกว่าชาวบ้านที่กำลังลำบากอีกหลายคนและจากการที่นักข่าวไปสุ่มสอบถามชาวบ้านในย่านใกล้ๆเคียงกัน ก็พบว่าได้รับของช่วยเหลือจากภาครัฐ ทหาร ปภ. และอีกหลายหน่วยงาน รวมทั้งภาคเอกชน มูลนิธิต่างๆ บางคนได้ของช่วยเหลือมากขนาดพอๆ เปิดร้านของชำเล็กๆ ได้เลย และตอนที่นักข่าวไปทำข่าวที่หน้าร้านน้ำก็ไม่ได้ท่วมสูงอะไรมาก แถมร้านยังอยุ่ในจุดที่ออกไปขอรับความช่วยเหลือได้ไม่ยาก เมื่อเทียบกับชาวบ้านที่อยุ่นอกเมืองที่น้ำท่วมบ้านจนถึงหลังคา

ป้าโวยวายออกสื่อวันที่ 15 แต่ภาพนี้มีคนโพสต์ วันที่ 13 ก่อนป้าออกมาโวยตั้ง2วัน ไหนบอกไม่มีใครเหลี่ยวแล

ภาพนี้วันที่ 14 จะเห็นได้ว่ามีคนเอาของไปให้มีทั้งไข่ มาม่า ขนม น้ำดื่ม

ที่น่าสังเกตปกติร้านอาหารก็จะสต็อคของ หรือพวกน้ำดื่มต่างๆ ไว้นานพอสมควร ก่อนหน้าท่วมจำได้ว่าทางภาครัฐก็ได้ประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าไปแล้วด้วย แปลกใจที่ป้าออกมาร้องให้ออกสื่อแล้วบอกไม่มีจะกิน

นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นกู้ภัย ได้ออกมาโพสต์หลังเห็นคลิปป้าคนดังกล่าวด้วยว่า

ขอบคุณที่มาจาก เพจ กูรู้ทัน2

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ถอนเงินล้านช่วยพี่น้องชาวอุบลฯ พร้อมเผยยอดบริจาคล่าสุด

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าจังหวัดอุบลกำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมซึ่งพี่น้องชาวจังหวัดอุบลบางครัวเรือนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือและอยู่กันอย่างยากลำบาก ล่าสุด จิตอาสาอย่าง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ร่ำไห้ หลังไปช่วยน้ำท่วมอุบลฯหลายวัน ชาวบ้านยังเดือดร้อนหนัก อดีตพระเอก ไลฟ์สดเปิดใจ หลังกลับจากไปช่วยน้ำท่วมที่ อุบลฯ บิณฑ์ เผยว่า ความเป็นอยู่ผู้อพยพมาอยู่บนที่สูง ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ช่วงฝนตกหนัก ลมพัดแรง นอนไม่ได้เลย ถุงยังชีพ เข้าไปมากมาย น่าจะเกินความต้องการ แต่น้ำดื่ม สำคัญ รวมทั้งเสื้อผ้า เพราะตอนหนีน้ำมาแรงมาก เขาไม่ได้เอาอะไรไปเลย

ภาพจาก บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

สิ่งหนึ่งที่ทำมาทุกครั้งที่น้ำท่วม ที่ต้องการมากๆ คือ ปัจจัย ไม่มีใครเอาไปให้เขา น้ำท่วมเป็นอาทิตย์แล้ว บางคนรับจ้างรายวัน ไม่มีรายได้ ผมอยู่มา 5-6 วัน ผมรู้เลย เอาเงินให้คนแก่คนละพัน ยกมือกราบไหว้ ผมกลับมา คิดว่าจะเบิกเงินเอาไปให้ มีผู้อพยพหลายหมื่นครอบครัว แต่ผมจะช่วยเท่าที่ผมช่วยได้เต็มที่ เห็นหลายครอบครัว อยู่กันแบบหน้าชื่นลำบาก ไม่มีเงินติดตัวเลย รัฐบาลมัวแต่ช็อปปิ้ง ทำอะไร ไม่มาดูพี่น้องอุบลฯ บ้าง

บิณฑ์ สุดกลั้นร่ำไห้ พร้อมบอกว่า น่าสงสาร ผมสัมผัสมา ผมอยากจะช่วย แต่ผมก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย พี่น้องอีสาน ครอบครัวยากจน แต่ผมอยากช่วย วันจันทร์นี้ ผมจะไป จะเบิกเงินส่วนตัวผมไป 1 ล้านบาท ใครอยากจะช่วยผม ทำบุญกับผม อยากจะฝากผมไป 10 20 ก็ได้ รวมกันไปก็ได้เยอะ แต่ส่วนของผมเอง จะเอาไป 1 ล้าน จะไปช่วยพี่น้องที่ อ.วารินฯ ก่อน ที่ศูนย์อพยพ ผมจะไปพร้อมเงิน 1 ล้าน ยังไงใครอยากช่วย เดี๋ยวจะบอกเลขบัญชี อีกที

น่าสงสารมาก

สู้ๆนะคะ

ล่าสุด บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ถอนเงินล้านเตรียมไปช่วยพี่น้องชาวอุบลฯ เผยยอดบริจาคทะลุ 27 ล้านบาท Saveubon ส่งใจไปอุบลฯ

สู้ๆนะคะ

ขออนุโมทนาบุฐใหญ่ในครั้งนี้ด้วยนะคะ ขอให้พี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่านปลอดภัย

ขอบคุณ ข่าวสด

ขอความช่วยเหลือด่วน ล่าสุดน้ำท่วมบ้าน 2-3 เมตร ชาวบ้านต้องหนีไปบนหลังคา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2562 ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Hippydew Y. Iswigrai ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือ เนื่องจากหมู่บ้านประสบปัญหาน้ำท่วม โดยได้โพสต์ระบุข้อความว่า ขอความช่วยเหลือด่วนที่สุดดดดดดด ข่าวคนบ้านไผ่ ข่าวขอนแก่น เสริมทรัพย์ ฟาร์ม – SermSub Farm

น้ำไม่ลดลงเลย ทุกคนที่นี่อยู่บนหลังคารอความช่วยเหลืออยู่นะคะ ส่วนของบ้านเรา เป็นบ้านที่อยู่ต่ำสุด ท่วม2เมตรกว่าจะ3เมตรละค่ะ ขอความกรุณาทุกหน่วยงานนะคะ

ขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยเหลือนะคะ พิมพ์ไป น้ำตาไหลไป ขอให้ทุกคนและสัตว์ทุกตัวในที่นี้ปลอดภัยนะ

ไอ้ไข่ช่วยดิวด้วยยยยยยย หิ้งที่เพิ่งจัดใหม่จมน้ำหมดเลย ขอโทษจริงๆ

ภาพจาก Hippydew Y. Iswigrai

ถึงขั้นร้องไห้“เนย โชติกา” พา “อคิณ” เข้าโรงเรียน

ถึงขั้นร้องไห้ “เนย” ใจหายส่ง “อคิณ” เรียนเนอสเซอรี่วันแรก วันนี้ (30 ส.ค.62) “เนย โชติกา” พาลูกชาย “น้องอคิน” ออกงานอีเวนท์ โดยมีสามีมานั่งให้กำลังใจไม่ห่าง ซึ่ง เนย ยอมรับว่าใจหายที่ต้องส่งลูกชายเข้าเรียนเนอสเซอร์รี่ วันที่ไปส่งลูกวันแรกถึงขั้นร้องไห้ที่ต้องห่างกัน เพราะติดลูกชายหนักมาก แต่ก็ต้องให้ลูกไปเจอเพื่อนเข้าสังคม

ซึ่งลูกปรับตัวได้ดีมีความสุขที่ได้ไป แต่ช่วงนี้ออกงานแล้วลูกชายร้องไห้ไม่ชอบกล้องและคนเยอะๆ หลังจากนี้ก็ต้องเลือกรับงานมากขึ้นให้ลูกค่อยๆ ปรับตัว ส่วนเรื่องมีน้องให้อคินนั้น เนย เผยว่า วางแผนมีลูกคนที่สองภายในปีหน้าก่อนจะปิดอู่ เพราะตั้งใจอยากมีลูกสองคน หลังจากนั้นก็อยากกลับมารับงานละคร เพราะคิดถึงเรื่องการแสดง นอกจากนี้ เนย เผยอีกว่างานพรีเซ็นเตอร์ของลูกชายที่ติดต่อเข้ามาจำนวนมาก รับไปแล้ว 2 ชิ้น ถ่ายทำไปแล้ว ปล่อยให้ลูกแสดงออกตามธรรมชาติ ทำความคุ้นเคยกับช่างภาพก่อนถ่าย การทำงานผ่านไปด้วยดี

พาอคิณออกงานด้วย ราบรื่นมั้ย? “วันนี้ไม่ค่อยค่ะ (หัวเราะ) วันนี้อารมณ์ไม่ดี นอนมาน้อยค่ะ หลังๆเขาเหมือนรู้เรื่องเยอะแล้ว เขาอยากจะหาแม่ แต่แม่เหมือนมีกล้องมาจับภาพตลอดเวลา เขาโตขึ้นก็เริ่มรู้แล้ว พอเห็นกล้องจะมีปฏิกิริยาหันหลังเลย ถามว่ากลัวกล้องมั้ย เขาไม่กลัวหรอก แม่ก็ถ่ายอยู่ตลอด เหมือนเขารู้สึกคนเยอะ กล้องเยอะ ไม่ค่อยชอบ อย่างพอเขารู้ตัวว่าจะขึ้นเวทีแล้วด้วยความที่ไปหลายงาน ก็จะเริ่มรู้สเต็ปแล้วว่า แม่จะต้องอุ้มขึ้นบนเวที ก่อนที่จะขึ้นเวทีเขาก็จะพยายามหาปะป๊า หาพี่เลี้ยง หาใครก็ได้ที่จะพาเขาออกจากตรงนี้ หลังๆเราเริ่มรู้สไตล์เขาแล้ว เราอาจจะให้เขาค่อยๆปรับ” ปกติน้องเขากับคนง่ายมั้ย? “เขาเป็นคนที่ไม่ชอบคนเยอะมาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่เบบี๋เลยที่เราพามางาน แต่ก็ไม่ได้พามาบ่อย เน้นให้เขาได้เจอคนเยอะๆได้ปรับตัว ได้มาเจอพี่ๆ ก็จะมีน้องๆแฟนคลับกลุ่มหนึ่งมาหาน้องทุกงานเลย”

มีงานพรีเซนเตอร์และถ่ายแบบแม่ลูกติดต่อมาเรื่อยๆมั้ย? “ยังมีค่ะ มีเรื่อยๆ ก็มีรับไปบ้างบางอัน ที่ถ่ายไปแล้วมีสองอัน การถ่ายทำเขาก็ให้ความร่วมมือตอนท้ายๆ ตอนที่เริ่มชินกับพี่ตากล้อง พี่ตากล้องต้องเล่นกับเขา ให้เขาคุ้นชิน เราจับอารมณ์ไม่ได้เลยค่ะ บางทีก็ได้เลย เราต้องให้เขารีแล็กซ์ ไม่ได้ไปบังคับ ทีมงานก็ไม่ได้รีบ ถ่ายไปเรื่อยๆ เอาที่น้องพร้อม” ล่าสุดเห็นพาน้องไปโรงเรียนแล้ว? “ไปโรงเรียนแล้วร้องไห้หาแม่ คือโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน มันก็ไม่เชิงไปจริงจังเหมือนไปเล่นค่ะ วันละ 2 ชั่วโมงกว่า อยู่หน้าบ้านเลย แล้วโรงเรียนก็น่ารักดี เราอยากให้เขาไปเจอเพื่อนๆ ไปเล่นกับเพื่อนๆคนอื่น รู้จักการเล่นกับเพื่อน แบ่งปัน เพราะบ้านเนยอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก เขาไม่ค่อยได้เจอเด็กๆคนอื่น แล้วบ้านเราก็อยู่กันแบบเงียบๆ เขาก็เลยอาจจะไม่ชอบคนเยอะๆ เราก็อยากจะค่อยๆปรับให้เขารู้จักโซเชียล มากขึ้น”

เขางอแงมั้ย? “เพิ่งไปได้ 3 วัน เนยก็ต้องอยู่ในช่วงทำใจมาก เขาเป็นเด็กเขาก็ปรับตัวได้แหละ แต่เรากว่าจะให้ลูกออกไปจากอกเรา แค่ 2 ชั่วโมงก็จริง แต่รู้สึกนานมากเลย เนยไปนั่งรอลูก ตาก็แดง รู้สึกมันนาน เราก็ต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ค่ะ เพื่อที่ว่าจะได้เปิดโลกใบใหม่ๆให้ลูกมากขึ้น เวลาอยู่บ้านเรามีเวลาให้เขา เล่นกับเขาได้เยอะ บางทีมันอยู่แค่นี้ เราก็อยากให้เขาไปเจออะไรที่มันมากขึ้น” น้องอคิณเริ่มเข้าโรงเรียนแล้ว วางแผนมีลูกคนที่สองต่อเลยมั้ย? “จริงๆ ก็เริ่มคิดแล้วนะคะ ตั้งใจจะมีแค่สองคน จะได้แบบทีเดียว จะได้ปิดอู่เลย ตั้งใจว่าไม่เกินปีหน้าอยากจะมีน้องเลย”

หลังจากนั้นถึงจะกลับมารับงานละคร? “เนยก็คิดถึงงานแสดงนะคะ ก็มีละครติดต่อมาเรื่อยๆ คิดถึงนะคะ ไม่ได้ปฏิเสธใดๆ เดี๋ยวขอเวลาที่มันพร้อมจริงๆ ไม่ค่อยอยากปฏิเสธ ก็ต้องดูไทม์มิ่งต่างๆด้วย ถามว่ารับงานได้แค่ไหน จริงๆช่วงนี้ไปถ่ายรายการอยู่ค่ะ ยังไปอีเวนต์ปกติเลย เพียงแต่ว่าละครยาวยังไม่ได้ ช่วงนี้น้องเข้าโรงเรียนด้วย เราต้องมีเวลาค่อนข้างเยอะ เขาจะหาแม่ ช่วงนี้ติดแม่มากเลย แต่เขาจะไม่ติดแค่ช่วงเอาเขามาถ่ายรูปนี่แหละ เราก็ต้องอยู่ใกล้เขาให้เยอะๆหน่อย”

ย้ายแล้ว ผอ.โรงเรียน เด้งเข้าเขตฯ

จากกรณี ครูอ้อม นางสาวอ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ อายุ 32 ปี ครูสอนนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 โรงเรียนวัดวงเดือนต.สามงมทำโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท โพสต์ข้อความหลังถูกมือดีปาของสดกระจายเต็มหน้าห้องเรียนที่สอนประจำชั้นกลัวว่าจะถูกปองร้าย จากที่ทนไม่ไหวเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของด็กๆ ที่ได้กินอาหารกลางวัน มีสารอาหารไม่ครบ ออกมาเปิดเผยว่าเด็กกิ

มาม่า ไม่ได้กินผลไม้ หรือของมีประโยชน์เหมือนโรงเรียนอื่นๆจนกระทั่ง ได้มีหนังสือ จากสำนักงานเขตฟื้นที่การศึกษาประถศึกษาชันท ลงชื่อ นางสาวลออ วิลัย ผอ..ขตฯ ระบบว่า “มี
งานเร่งด่วนที่ต้องการผู้มีประสบการณ์และความสามารถ จึงให้ นางสาวอ้อมอารีย์ แข็งฤทธิ์ ครู โรงเรียนวัดวงเดือน ไปช่วยปฏิบัติราชการเป็นการชั่วคราว ที่สำนักงานเขตฟื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2562 เป็นต้นไป”สร้งความไม่พอให้กับผู้ปกครองนักเรียนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หลังกระแสความไม่พอใจลุกลามขยายวง เนื่องจากคนส่วนใหญ่เห็นว่าครูอ้อมถูกรังแก ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกลงโทษจากกรณีที่โพสต์เรื่องเด็กกินมาม่า จนกระทั่งต่อมาได้มีหนังสือ ที่ศธ 04037/3527 จากสำนักเขตฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ให้ย้ายครูอ้อมกลับมาที่เดิม โดยระบุว่า “เนื่องจากเห็นว่ามีภารกิจของโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็ก

ประถมวันที่ตนเองรับผิดขอบ” ลงซื่อนางสาวลออ วิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาทยิ่งไปกว่านั้น นางสาวลออ วิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท ได้ลงชื่อในหนังสือ ที่ศร04037/3526 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ให้นายสุเทพ สิงห์สม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวงเดือน ช่วยปฏิบัติงานที่เขตฟื้นที่ประถมศึกษาชัยนาท ตั้งแต่วลา 08.30 น วันที่ 29 สิงหาคม 2ร2 โดยระบุว่า “มีข้อราชการเร่งด่วน”

บุกรังพิมรี่พาย ของของปลอม ไม่มีเลขจดแจ้ง ใครซื้อไปใช้เช็คด่วน

ได้เกิดเรื่องราวที่ทำเอาหลายคนถึงกับช็อกไปตามๆกันสำหรับเน็ตไอดอลชื่อดังพิมรี่พาย แม่ค้าขายเครื่องสำอางที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมาก ที่โดนปคบ.บุกค้นบ้าน พบว่าน้ำหอมไม่มีเลขจดแจ้งจำนวนมาก โดยทางเพจที่ใช้ชื่อว่า รู้ทันภัย เครื่องสำอาง อาหารและยา ได้โพสต์ข้อความำร้อมระบุว่า

ปคบ.บุกค้น Pimrypie พบน้ำหอมไม่มีเลขจดแจ้งจำนวนมาก

ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้ตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาขายเครื่องสำอางทางช่องทางออนไลน์ และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านทางเพจ “ รู้ทันภัยเครื่องสำอาง อาหารและยา “ พบว่าแฟนเพจ Pimrypie มีการโฆษณาเครื่องสำอางหลายรายการที่น่าเชื่อว่าจะเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน นั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.จึงได้สืบสวนและนำหมายค้นเข้าตรวจค้นที่อาคารพาณิชย์ บริเวณ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผลการตรวจค้นพบ เครื่องสำอางประเภทน้ำหอมที่ไม่มีเลขจดแจ้งจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งร้อยเวร กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก พิมรี่พาย

ภาพจาก พิมรี่พาย

ความคิดเห็นชาวเน็ต

ความคิดเห็นชาวเน็ต

งานนี้คงต้องรอเจ้าตัวออกมาชี้แจงอีกทีจ้า

ภาพจาก พิมรี่พาย

ภาพจาก พิมรี่พาย

ภาพจาก พิมรี่พาย